"กรีน" สะท้อนภาพของสังคมที่มีสีเขียวแห่งความสดชื่น ความงอกงาม ความสงบ ร่มรื่น ผ่อนคลาย ไม่รีบเร่ง รอยยิ้มที่เบิกบาน อากาศที่เต็มไปด้วยออกซิเจนที่หายใจได้เต็มปอด ความเป็นหนึ่งเดียวของมนุษย์กับธรรมชาติ ฤดูกาลที่ถูกต้อง ร้อนเย็นฝนพรำอย่างสมดุล ... คำว่า "กรีน" จึงมีความหมายที่กว้างขวางและลึกซึ้ง
สังคมในปัจจุบัน มีความตรงข้ามอย่างมาก ... รีบเร่ง บริโภคเกินพอดี ความใส่ใจสังคมและสิ่งแวดล้อมลดลงไปมาก ความเห็นแก่ตัว การทำลายธรรมชาติเพื่อตอบสนองความต้องการที่ไม่มีที่สิ้นสุดของมนุษย์ ของเสียและมลภาวะที่ถูกปล่อยสู่สังคมในทุกระดับ ตั้งแต่ขยะจากการบริโภคในระดับครัวเรือน จนถึงน้ำเสีย อากาศเสีย และสารเคมีอันตรายที่ปล่อยสู่ธรรมชาติในระดับอุตสาหกรรม ... ธรรมชาติจึงไม่สามารถที่จะตั้งอยู่ในความสมดุลได้ดั่งเดิม.. สังคมและสิ่งแวดล้อมของมนุษย์จะไม่สนับสนุนให้ชีวิตมนุษย์เกิดความสมดุลได้อีกต่อไป.. สิ่งที่ตามมา คือ ผลเสียหลายด้านต่อชีวิตและสังคมมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพที่เสื่อมจากสารพิษและเชื้อโรค การตายจากมะเร็งและโรคสำคัญต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคตับ ... หรือ เกิดสภาวะโลกร้อนในระดับกว้าง ที่ส่งผลเสียต่อการอาศัยอยู่ทั้งพืช สัตว์ และมนุษย์
การมุ่งหน้าสู่ "สังคมกรีน" จึงเป็นทางออกสำคัญทางหนึ่งของมนุษย์ที่อาศัยบนโลกใบนี้... ด้วยการปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตใหม่ทั้งระบบ.. ตั้งแต่การผลิตที่ต้องตั้งโจทย์การรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ เช่น การเพาะปลูกพืชด้วยระบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การลดหรือหยุดการใช้สารเคมีที่อันตรายต่อทั้งมนุษย์และสิ่งแวดล้อม การปลูกพืชแบบออร์แกนิก (Organic) การผลิตที่ไม่มากเกินความจำเป็นจนส่งผลต่อการทำลายดินและเกิดขยะที่มากเกิน สร้างให้เกิด "ผู้ผลิตกรีน".. ไปจนถึงการบริโภคของมนุษย์ที่ต้องควบคุมให้เกิดความสมดุลและมุ่งเน้นการมีสุขภาพดี จนเกิดภาพของการเป็น "ผู้บริโภคกรีน" ในที่สุด
"กรีน"... คงไม่ใช่เพียงการผลิตและการบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและโลกที่เราอาศัยอยู่เท่านั้น...
แต่มันมีความหมายรวมไปถึง การมีสังคมดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ร่วมกันสร้างความสมดุลของสังคมและโลกให้เกิดขึ้นในบั้นปลายในที่สุด.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น